ทุกวันนี้ ประเทศไทยมี แต้ม ของ Loyalty Program อยู่ในระบบมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ มันกระจาย "แต้มใครแต้มมัน" ไม่ว่าจะเป็นของแบรนด์ต่าง ๆ หรือ บัตรเครดิต และ เครือซีพี ที่มีทั้งแต้ม ALL POINT ของ 7-Eleven, My Lotus's, Makro PRO POINT หรือ True Point ก็เห็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแต้มตรงนี้มาเป็นเงิน โดยการเปิดตัว Amaze ล่าสุด ยังได้ NTT DOCOMO มาร่วมทุน
รู้จัก Amaze
Amaze
โดยนิยามตัวเองว่าเป็น Super App ที่เป็นทั้ง
และ
ไม่ว่าจะจากเครือซีพี และพาร์ทเนอร์บัตรเครดิตชั้นนำ เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำแต้มที่มีอยู่ไปใช้แทนเงินสดซื้อสินค้าได้โดยไม่มีขั้นต่ำ
โดย Amaze มีกลไกสร้างรายได้หลัก 3 ทาง ได้แก่
- Marketplace Commission คิดอัตราที่ ถูกกว่าตลาดครึ่งหนึ่ง ขณะที่แพลตฟอร์มทั่วไปเก็บสูงถึง 30% กว่า Amaze ยืนในจุดที่ถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญเพื่อดึงร้านค้าเข้าสู่ระบบ
- Tech as a Service ทีมเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งของ Amaze สามารถนำสิ่งที่สร้างขึ้นมาให้บริการแก่บริษัทอื่นได้
- Point Management Fee รายได้จากการบริหารจัดการแต้มและ CRM Solution ให้กับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร
“Amaze ไม่ต้องการเป็น Pure Marketplace ที่แข่งกันด้วยราคา เพราะโมเดลนั้นเห็นตัวอย่างชัดเจนแล้วว่านำไปสู่การเผาเงินและปิดตัวในที่สุด แต่ต้องการเป็น Loyalty E-Commerce ที่ยืนได้ในระยะยาว”
1 ปีที่ผ่านมา Amaze มียอดดาวน์โหลดสะสม
มีผู้ใช้งาน Active กว่า
โดยมีการแลกแต้มรวม
และมีเครือข่ายร้านค้ากว่า
รวมกว่า

NTT DOCOMO เบอร์ 1 เรื่องแต้มในญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา
ได้เข้าถือหุ้น
ใน Ascend Commerce เจ้าของแพลตฟอร์ม Amaze โดยนับเป็นพาร์ทเนอร์ต่างชาติรายเดียวใน Ecosystem นี้
ความร่วมมือครั้งนี้มีนัยสำคัญที่ลึกกว่าแค่การแลกแต้ม เขามองว่าแต้มกำลังวิวัฒนาการไปสู่การเป็น
บนระบบดิจิทัล และในอนาคตอาจพัฒนาไปสู่การเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่สำคัญ ไม่เพียงแค่ในไทย แต่ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อเครือข่ายของ NTT ซึ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เชื่อมต่อกับ True Corporation จะช่ววสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต
สิ่งที่ Amaze ได้รับจาก NTT DOCOMO ไม่ใช่เพียงเงินลงทุน แต่คือ โนว์ฮาว และ โมเดลธุรกิจที่พิสูจน์แล้ว จากญี่ปุ่น เพราะคือผู้อยู่เบื้องหลัง
ระบบแต้มสะสมที่มีสมาชิกกว่า
ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการต่าง ๆ หมื่นกว่าร้านทั่วประเทศ โมเดลที่ญี่ปุ่นทำได้จริงและสำเร็จในระดับนี้คือแผนที่ที่ Amaze กำลังเดินตาม

ความร่วมมือครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 เสาหลัก ได้แก่
- Marketing Solutions สำหรับธุรกิจ: นำความเชี่ยวชาญด้านการตลาดของ NTT DOCOMO ผสานกับฐานลูกค้าและระบบนิเวศของเครือซีพีในไทย เพื่อช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Data Utilization: นำความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่งมาพัฒนาแพลตฟอร์ม Amaze ให้สามารถออกแบบแคมเปญการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทาง NTT DOCOMO จะนำสินค้าจากญี่ปุ่นมาจำหน่ายผ่าน Amaze Mall ในโซน
โดยมีแบรนด์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าร่วม เช่น MITSUKOSHI DEPACHIKA, aiwa, Bigen, IRIS OHYAMA, LION และ SHARP จากนั้นจะขยายสู่การนำสินค้าจากญี่ปุ่นโดยตรงเข้ามา

มุ่งธุรกิจร้านอาหาร เพิ่มการใช้งาน
สำหรับแผนในปีนี้ Amaze จะเน้นหาพันธมิตร
เพื่อเพิ่ม
จากที่ผ่านมา Amaze ได้ เปิดให้ลูกค้า
กว่า 150 ร้านที่เข้าร่วมระบบ
ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ Amaze จะทำระบบให้
ซึ่งจะทำให้แต้มมีสภาพคล่องจริงในชีวิตประจำวัน โดย Amaze ตั้งเป้าจะเพิ่มร้านอาหารในระบบให้แตะหลัก
เบื้องต้น จะเน้นที่เชนธุรกิจร้านอาหารก่อนจะดึงรายย่อยเข้าระบบ
อีกกลยุทธ์คือ เพิ่มโอกาสทางการขายและดาต้าให้พาร์ทเนอร์ด้วย
ให้กับร้านอาหาร ให้สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าของ Amaze ได้ในทันที และยิงโปรโมชั่นไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ โดยในปีนี้ จะมีการเปิดฟีเจอร์ใหม่
เพื่อทำแบบสำรวจ โดยเลือกจากผู้ใช้ที่มีข้อมูลพฤติกรรมจริงประกอบ ทำให้ Insight ที่ได้นำไปต่อยอดกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่ตอบแบบสอบถาม ก็จะได้ Point ด้วย
"สมมุติว่าเราเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่ในสุขุมวิท การจะมีโปรแกรม CRM ของตัวเองอาจจะยาก และไม่คุ้ม ก็มาใช้กับเรา และเราเจาะลูกค้า 10,000 คนในย่านสุขุมวิทที่มีพฤติกรรมดื่มกาแฟเป็นประจำ เพราะเรามีพฤติกรรมลูกค้าว่าอยู่แถวไหน ชอบกินอะไร โดยดูจากทุกครั้งที่ลูกค้าแลกแต้ม ทำให้เราโปรโมชั่นที่ส่งออกไปแม่นยำกว่าการยิงโฆษณาทั่วไปอย่างมาก"
ทั้งนี้ ธรินทร์ ย้ำชัดว่า ข้อมูลที่แบรนด์เห็น ไม่มีชื่อหรือข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ปักเป้า 20 ล้านดาวน์โหลดในปีนี้
สำหรับเป้าหมายปีนี้คือเติบโตสู่
โดยมีตัวเร่งสำคัญคือ Use Case ร้านอาหารที่จะทำให้คนเห็นประโยชน์ของแต้มในชีวิตประจำวันชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ส่วนระยะยาว คือ การนำแต้ม Amaze จะสามารถนำไป
ได้ผ่านการเชื่อมกับระบบ dPoint ของ NTT DOCOMO เพราะทุกที่ที่นักท่องเที่ยวไทยวิ่งเข้าในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหาร ล้วนอยู่ใน Ecosystem ของ dPoint ทั้งนั้น และในขั้นต่อไปคือการ
ทั้งนี้ ธรินทร์
ตลาด Loyalty ของไทยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ
เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่เป็น สังคมแต้มอย่างแท้จริง ที่ซื้ออะไรก็ได้แต้ม และแต้มมีผลต่อการตัดสินใจทุกครั้ง แต่ช่องว่างนี้คือโอกาส และ Amaze กำลังอยู่ในจุดที่ดีที่สุดในการขับเคลื่อนตลาดนี้ไปข้างหน้า ด้วยโครงสร้างพื้นฐานของเครือซีพีที่ครอบคลุม และองค์ความรู้จากพาร์ทเนอร์ที่ทำเรื่องนี้สำเร็จมาแล้วในระดับโลกอย่าง NTT DOCOMO